3 เหตุผลที่ ปูนก่อกาว GEL Mortar 2 in 1 ช่วยให้งานช่างเสร็จไวขึ้น 2 เท่า ลดขั้นตอนการทำงานได้อย่างไร?
เจาะลึกนวัตกรรมปูนมอร์ตาร์อเนกประสงค์ จบงานก่ออิฐมวลเบาและปูกระเบื้องในถุงเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหน้างานก่อสร้างยุคใหม่
ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการตกแต่งภายในยุคปัจจุบัน "เวลา" และ "ต้นทุนค่าแรง" ถือเป็นสองปัจจัยหลักที่ตัดสินกำไรขาดทุนของโครงการ การบริหารจัดการหน้างานให้มีความรวดเร็ว กระชับ และได้มาตรฐานวิศวกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด แต่หนึ่งในคอขวดที่ช่างและผู้รับเหมามักประสบพบเจอบ่อยที่สุด คือความยุ่งยากในการบริหารจัดการปูนสำเร็จรูปหลากหลายประเภท ทั้งปูนก่ออิฐมวลเบาและปูนกาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง
การแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องพึ่งพานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ Lean Construction (การลดความสูญเสียในกระบวนการทำงาน) ซึ่งการเลือกใช้ GEL Mortar 2 in 1 (ปูนกาวปูกระเบื้อง - ก่ออิฐมวลเบา) จาก GELCHEMICAL ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมการทำงานหน้างานอย่างสิ้นเชิง ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเร่งความเร็วของงานช่างให้เสร็จไวขึ้นได้ถึง 2 เท่า โดยมี 3 เหตุผลหลักดังต่อไปนี้

1. ลดขั้นตอนการขนย้ายและผสมปูน "1 ถุง ทำได้ทั้งงานก่อและงานปู"
ในการก่อสร้างระบบเดิม ช่างต้องแบกรับภาระการเตรียมวัสดุ 2 ขบวนการแยกกันโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ต้องขนย้ายปูนก่ออิฐมวลเบาขึ้นไปทำผนัง เมื่อก่อผนังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องขนปูนกาวซีเมนต์ขึ้นมาอีกรอบเพื่อทำเรื่องปูกระเบื้อง ซึ่งทำให้เสียเวลาในการขนส่งขึ้นอาคารสูง รวมถึงต้องเตรียมถังผสมปูน ล้างถัง และสลับเครื่องมือไปมา
เมื่อเปลี่ยนมาใช้ GEL Mortar 2 in 1 นวัตกรรมนี้ช่วยรวมคุณสมบัติเด่นของปูนก่อและปูนกาวไว้ในถุงเดียว ช่างสามารถยกถุงปูนขึ้นพื้นที่ทำงานเพียงรอบเดียว ผสมน้ำแล้วลุยงานก่ออิฐมวลเบา และสลับมางานปูกระเบื้องผนัง/พื้นต่อได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาการทำงานหน้างานได้อย่างเห็นผล

2. เนื้อปูนเหนียวนุ่ม ปาดง่าย อุ้มน้ำสูง ขยายระยะเวลาปรับแต่งแนว (Open Time)
ปัญหาที่ทำให้งานก่อและงานปูกระเบื้องล่าช้าที่สุด คือเรื่อง "ปูนแห้งไวก่อนเคาะจัดแนว" ซึ่งปูนเกรดทั่วไปเมื่อเจอกับอิฐมวลเบาหรือสภาพอากาศที่ร้อน จะถูกดูดน้ำออกจากเนื้อปูนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปูนแห้งกรอบ ปาดไม่ไป และปูกระเบื้องไม่ติด จนเกิดปัญหากระเบื้องร่อนในภายหลัง ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายรื้อทำใหม่
GEL Mortar 2 in 1 ได้รับการพัฒนาด้วยสูตรผสมโพลิเมอร์และสารเคมีช่วยอุ้มน้ำชนิดพิเศษ ทำให้ปูนมีความเหนียวนุ่ม ยึดเกาะสูง ปาดเกรียงได้ลื่นมือ และมีระยะเวลาการเซ็ตตัวที่เหมาะสม ช่างจึงมีเวลาประดิดประดอยจัดแนวอิฐและจัดแนวกระเบื้องได้อย่างแม่นยำ งานออกมาเนียบเป๊ะตั้งแต่รอบแรก ไม่ต้องเสียเวลาตามแก้
3. บริหารสต็อกและพื้นที่ทำงานง่าย ตัดความผิดพลาดของช่างหน้างาน
ในไซต์งานก่อสร้างที่มีช่างหลายทีม ปัญหาช่างหยิบปูนผิดประเภทเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย เช่น หยิบปูนก่อไปใช้ปูกระเบื้อง ทำให้งานโครงสร้างเสียหาย การใช้สินค้าประเภท 2 in 1 ช่วยขจัดปัญหานี้ให้หมดไป เพราะปูนประเภทเดียวสามารถครอบคลุมงานได้ทั้งสองส่วน
นอกจากนี้ ด้านฝ่ายจัดซื้อและผู้บริหารโครงการ ยังประหยัดเวลาในการวางแผนสั่งซื้อ คอนโทรลจำนวนสต็อกในคลัง และประหยัดพื้นที่จัดเก็บวัสดุในไซต์งาน ส่งผลให้หน้างานสะอาด มีระเบียบ และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

เปรียบเทียบประสิทธิภาพ: ปูนแบบแยกประเภท vs GEL Mortar 2 in 1
| ปัจจัยการเปรียบเทียบ |
ระบบเดิม (แยกปูนก่อ / ปูนกาว) |
GEL Mortar 2 in 1 |
| ขั้นตอนการจัดสั่งและจัดการสต็อก |
ต้องสั่งซื้อและสต็อกปูน 2 รายการ ยุ่งยาก |
จัดการง่าย สั่งซื้อรายการเดียว ลดพื้นที่คลัง |
| ความเร็วในการขนส่งหน้างาน |
ต้องขนย้าย 2 รอบ ตามขั้นตอนงาน |
ขนย้ายรอบเดียว พร้อมใช้งานได้ทันที |
| ความเสี่ยงช่างใช้ปูนผิดประเภท |
มีความเสี่ยงสูง หากช่างหยิบปูนผิดถุง |
ความเสี่ยงเป็นศูนย์ ใช้ถุงเดียวกันได้เลย |
| คุณสมบัติแรงยึดเกาะและการอุ้มน้ำ |
ขึ้นอยู่กับเกรดของปูนแต่ละชนิด |
ใส่สารโพลิเมอร์สูง ยึดเกาะแน่น อุ้มน้ำดีเยี่ยม |
ยกระดับงานช่างให้รวดเร็วและได้มาตรฐานด้วย GEL Mortar 2 in 1
ยึดเกาะแน่น คุณภาพมาตรฐานงานช่างยุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้รับเหมาและโครงการคอนโด-หมู่บ้านชั้นนำ
สอบถามข้อมูลทางเทคนิคและการสั่งซื้อโครงการ Line Official: @gelchemical