แชร์

5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกำลังอัดและการไหลตัวของ Non-Shrink Grout ที่วิศวกรและคนทำงานหน้างานต้องรู้

อัพเดทล่าสุด: 18 ส.ค. 2026
413 ผู้เข้าชม
5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกำลังอัดและการไหลตัวของ Non-Shrink Grout ที่วิศวกรและคนทำงานหน้างานต้องรู้
5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกำลังอัดและการไหลตัวของ Non-Shrink Grout ที่วิศวกรต้องรู้

คู่มือเทคนิคการใช้งานปูนเกร้าท์ไม่หดตัว ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามสเปกวิศวกรรม

ในการทำงานโครงสร้างวิศวกรรม งานติดตั้งฐานเครื่องจักร (Machine Base) งานเกร้าท์ฐานเสาเหล็ก (Column Base Plate) หรือการเกร้าท์รอยต่อแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Joint) วัสดุสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ Non-Shrink Grout (ปูนเกร้าท์ไม่หดตัว) เพราะเป็นตัวกลางในการถ่ายน้ำหนักเข้าสู่โครงสร้างหลัก

ทว่าในหน้างานจริง แม้จะเลือกใช้ปูนเกร้าท์แบรนด์คุณภาพสูง แต่กลับพบปัญหาปูนไม่ได้กำลังอัด (Compressive Strength) ตามสเปก ปูนแห้งช้า ปูนเป็นโพรง หรือเกิดรอยแตกร้าว ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ปัจจัยในการทำงานหน้างาน" ร่วมด้วย วันนี้ GEL Chemical จะพาไปเจาะลึก 5 ปัจจัยสำคัญที่ควบคุมคุณภาพของปูนเกร้าท์ให้เป๊ะ 100% กันครับ

คำเตือนทางวิศวกรรม: คุณสมบัติเด่นของ Non-Shrink Grout คือความสามารถในการไหลตัวได้ดี (Flowability) และการไม่หดตัวเมื่อแห้ง แต่ถ้าหากมองข้ามการควบคุมปัจจัยหน้างาน ทั้งกำลังอัดและการไหลตัวอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของโครงสร้างได้
5 ปัจจัยวิกฤตที่มีผลต่อคุณภาพ Non-Shrink Grout

ปัจจัยที่ 1 อัตราส่วนการผสมน้ำ (Water-Powder Ratio)

ถือเป็นปัจจัยที่มีผลรุนแรงที่สุด ช่างหลายคนมักเข้าใจผิดว่า "ยิ่งใส่น้ำเยอะ ปูนยิ่งไหลง่าย ทำงานสะดวก" แต่ความจริงแล้วการใส่น้ำเกินสเปกที่กำหนดจะส่งผลเสียตามมาทันที:

  • กำลังอัดตกอย่างรุนแรง: น้ำส่วนเกินจะทำให้ระยะห่างระหว่างโมเลกุลปูนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่า Compressive Strength ลดลงอย่างมาก
  • เกิดการเยิ้มน้ำ (Bleeding) และเยิ้มหิน (Segregation): อนุภาคปูนจะตกตะกอน และน้ำลอยขึ้นด้านบน ทำให้เนื้อปูนแยกชั้น
  • สูญเสียคุณสมบัติ Non-Shrink: ปูนจะกลับมาหดตัวเมื่อน้ำระเหยออก ทำให้เกิดช่องว่างใต้ฐานโครงสร้าง
 

ปัจจัยที่ 2 การเตรียมพื้นผิวและการบ่มน้ำคอนกรีตเดิม (Surface Preparation)

การเกร้าท์ปูนลงบนคอนกรีตเดิมที่แห้งสนิทเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เพราะเนื้อคอนกรีตเดิมจะดูดซับน้ำจากเนื้อปูนเกร้าท์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้:

  • ปูนเกร้าท์สูญเสียความสามารถในการไหลตัว (Flowability): ทำให้ปูนไหลไปไม่ถึงด้านในสุด เกิดเป็นโพรงอากาศ (Air Voids)
  • เทคนิคที่ถูกต้อง: ต้องสกัดสกัดเปิดหน้าคอนกรีต ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และ "ขังน้ำให้พื้นผิวอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขังพังผืด" (Saturated Surface Dry - SSD) อย่างน้อย 12-24 ชั่วโมงก่อนเทเกร้าท์

ปัจจัยที่ 3 อุณหภูมิขณะผสมและสภาพแวดล้อมหน้างาน (Temperature)

อุณหภูมิมีผลต่อปฏิกิริยาไฮเดรชั่น (Hydration) ของซีเมนต์โดยตรง โดยมีหลักการสังเกตดังนี้:

  • อากาศร้อนจัด (High Temperature): ปูนจะก่อตัวเร็วขึ้น ระยะเวลาทำงาน (Working Time) สั้นลง ปูนสูญเสียการไหลตัวอย่างรวดเร็ว แก้ไขได้โดยใช้น้ำเย็นในการผสมปูน
  • อากาศเย็นจัด (Low Temperature): ปูนจะก่อตัวช้า อัตราการพัฒนากำลังอัดช่วงต้น (Early Strength) จะลดลง

ปัจจัยที่ 4 วิธีการเทและการไล่อากาศ (Placement & Air Venting)

เพื่อให้ปูนเกร้าท์ไหลเข้าเต็มช่องว่าง 100% โดยไม่เกิดลมบล็อก (Air Lock) มีเทคนิคสำคัญทางวิศวกรรมดังนี้:

  • เทจากฝั่งเดียวเสมอ (Continuous Flow): ห้ามเทปูนจากสองฝั่งเข้าหากันเด็ดขาด เพราะจะดักอากาศไว้ตรงกลางจนเกิดโพรง
  • ทำแบบหล่อให้มี Head Pressure: สร้างกรวยหรือกระพ้อหล่อปูนให้สูงกว่าระดับที่ต้องการเท เพื่อใช้น้ำหนักปูนดันตัวเองให้ไหลเข้าช่องแคบได้อย่างทั่วถึง
  • กระทุ้งด้วยโซ่หรือสายยาง: หากช่องแคบมาก ให้ใช้วิธีแยงด้วยโซ่เบาๆ ห้ามใช้วิบรเตอร์แรงสูงเพราะอาจทำให้ปูนเกิดการแยกตัว

ปัจจัยที่ 5 การบ่มปูนเกร้าท์หลังการเท (Curing)

แม้จะเป็นปูนเกร้าท์ไม่หดตัว แต่ขั้นตอนการบ่มปูนยังคงมีความสำคัญสูงสุดในการรักษาน้ำไว้ในระบบเพื่อให้เกิดปฏิกิริยากำลังอัดอย่างสมบูรณ์:

  • การบ่มชื้น (Moist Curing): หลังจากปูนเริ่มเซ็ตตัวแข็ง (Hard Set) ต้องทำการบ่มด้วยการฉีดน้ำ บ่มด้วยกระสอบป่านชุ่มน้ำ หรือทาสารบ่มคอนกรีตทันที อย่างน้อย 3-7 วัน
  • ป้องกันการแตกร้าว: หากปล่อยให้ปูนสูญเสียน้ำเร็วเกินไป จะเกิดรอยแตกร้าวที่ผิวหน้า (Plastic Shrinkage Cracking) และทำให้กำลังอัดส่วนปลายไม่ได้ตามสเปก
ตารางสรุป: ผลกระทบเมื่อคุมปัจจัยหน้างานไม่ถูกต้อง
ปัจจัยควบคุม หากปฏิบัติไม่ถูกต้อง ผลกระทบต่อโครงสร้าง
การผสมน้ำเกินสเปก ใส่น้ำมากเกินไปเพื่อเน้นความสะดวก กำลังอัดตก / ปูนหดตัวเกิดโพรง
ไม่เตรียมพื้นผิวคอนกรีตเดิม ทบนคอนกรีตแห้ง หรือมีน้ำขังขังผืด ปูนหนืดเร็ว ไหลไม่เต็มช่องว่าง
เทปูนจากสองฝั่งพร้อมกัน เกิดการกักเก็บอากาศไว้ภายใน เกิด Air Lock ปูนเป็นโพรงด้านใน
ละเลยการบ่มปูน (Curing) ปล่อยให้ผิวปูนสูญเสียความชื้นเร็ว เกิดรอยแตกร้าว กำลังอัดไม่ได้ตามสเปก
มั่นใจทุกงานโครงสร้าง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Non-Shrink Grout มาตรฐาน GEL Chemical

เรามีปูนเกร้าท์หลากหลายเกรดเพื่อรองรับทุกค่ากำลังอัด (Compressive Strength) และระยะความหนาในการเท ตามมาตรฐานวิศวกรรม พร้อมทีมงานวิศวกรให้คำปรึกษาหน้างาน

สอบถามข้อมูลเทคนิคและติดต่อทีมวิศวกรฝ่ายขาย Line Official: @gelchemical

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปูนปรับระดับ (Self Leveling) คืออะไร?
พื้นบ้าน อาคาร หรือโรงงานที่ดี ไม่ได้แค่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต้องมี ความเรียบเสมอ เพื่อรองรับการปูวัสดุตกแต่งต่าง ๆ เช่น กระเบื้อง ไม้ลามิเนต หรือกระเบื้องยาง ปัญหาที่ช่างมักเจอคือ พื้นไม่เรียบ พื้นเป็นคลื่น หรือมีระดับต่างกัน
11 ก.ย. 2025
GELCHEMICAL ผู้ผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ปูนนอนชริ้งเกร้าท์ กันซึม ปูนกาว
ปูนนอนชริ้งเกร้าท์คืออะไร? พิเศษอย่างไร? ใช้กับงานประเภทไหนได้บ้าง? ทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับปูนประเภทนี้ อ่านบทความนี้จบ ได้รับรู้ครบทุกข้อสงสัยอย่างแน่นอน
12 ก.พ. 2024
เลือกปูนกาว GEL รุ่นไหนดี? สรุปความแตกต่างระหว่าง ECO Plus, Standard และ Extra Tile
ในการสร้างบ้านหรือรีโนเวทอาคาร งานที่ดูเหมือนจะง่ายแต่กลับซับซ้อนที่สุดงานหนึ่งคือ "การปูกระเบื้อง" เพราะหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของแผ่นกระเบื้องเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วัสดุที่ใช้ยึดเกาะหรือที่เรียกกันว่า "ปูนกาวซีเมนต์"
28 เม.ย. 2026
icon-messenger
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy และ Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy